You cannot copy content of this page

Psychedelic Rock สุดยอดแนวดนตรี และวิธีทำซาวน์กีตาร์ให้มีกลิ่นอายของ Psychedelicอ่านจบได้ใน 6 นาที

หากจะคิดถึงแนวดนตรีสักแนว ที่มีซาวน์กีตาร์ที่เป็นเอกลักษณ์คงหนีไม่พ้น Psychedelic และ Psychedelic Rock ดนตรีที่มีประวัติศาสตร์มาเกือบๆ 40 – 50 ปี โดยกลิ่นอายของดนตรีประเภทนี้หากจะให้อธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือก็คงหนีไม่พ้น ความคละคลุ้ง เมามาย ฟุ้งฟุ้ง ฝันฝัน ล่ เป็นหนึ่งในแนวดนตรีที่ทำให้คุณสามารถเมาได้โดยไม่ต้องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเสพยา ใครที่ไม่ชอบก็คงต้องบอกว่าไม่ชอบเลย ส่วนใครที่ชอบก็จะตกหลุมรัก แนวดนตรีนี้เอาได้ง่ายๆ เพราะนอกจากดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ของมัน และวงดนตรีในแนวนี้ก็ล้วนแต่เท่ๆกัน ทั้งนั้น

และเรา Lofipedals.com จะพาคุณไปรู้จักกับแนวดนตรีนี้ให้ลึกกันขึ้นมาอีกสักหน่อย และดูกันว่าการทำดนตรีแนวนี้เขาทำอย่างไร มีเครื่องดนตรีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์บ้าง

Psychedelic 101 Psychedelic Rock คืออะไร

Psychedelic Art

Psychedelic Art

ไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic rock) เป็นแนวเพลงร็อกชนิดหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมไซเคเดลิก หรือพยายามที่จะปรับเปลี่ยนประสบการณ์การเห็นภาพหลอนใหม่ โดยแนวเพลงนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ท่ามกลางกระแสเพลงการาจร็อก และวงโฟล์กร็อก ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ไซเคเดลิกร็อก ได้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงจากแนวบลูส์-ร็อกเป็นฐานหลัก ไปเป็นโพรเกรสซีฟร็อก, อาร์ตร็อก, เอ็กซ์เพอร์ริเมนทอลร็อก และเฮฟวีเมทัล และยังนำองค์ประกอบวัฒนธรรมอื่น อย่างเช่นเครื่องดนตรีอินเดีย อย่าง ซิตาร์ หรือ Riga มาใช้ในการทำซาวน์

โดยต้นกำเนิดของมันถือกำเนิดในปี 1967 ในอังกฤษ ยุคที่ยาเสพติดทั้ง กัญชา Acid , LSD แพร่ระบาดอย่างหนักในกลุมนักดนตรี ซึ่งมีผลต่อการผลิตงานดนตรีของพวกเขา แนวเพลงที่เรียกว่าแนว”ไซคีเดลิคร๊อค”(คำว่า”ไซคีเดลิคมีมาก่อนแล้วในดนตรีแนวอื่น เช่น แจ๊ส โฟกส์ แต่ไม่แพร่หลายนัก) มีการเล่นดตรีแบบแหกกฎทฤษฎีดนตรี การใส่เสียงประหลาด เสียงอวกาศ (เครื่องมือเท่าที่มีในสมัยนั้น แนวอวกาศในจินตนาการของคนยุคนั้นก็ไม่เหมือนยุคนี้ ตอนนั้นกำลังตื่นเต้นเรื่องการไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก) การใช้เอฟเฟกซ์ต่าง ๆ หรือการเล่นย้อยกลับ รวมไปถึงการใช้เครื่องดนตรีอินเดียอย่าง ซีตาร์

โครงสร้างเพลงก็ไม่มีรูปแบบ บางเพลงสั้นแค่ 1 นาที บางเพลงอาจยาว 20 นาทีก็มี บรรยากาศเพลงบางเพลงฟังแล้วเครียด อึมครึม นัวเนีย ดนตรีไปคนละทิศละทาง บางเพลงก็ฟังแล้วล่องลอย เนื้อเพลงมีเนื้อหาแบบสัญลักษณ์สื่อถึงเรื่อง ยาเสพติด เซ็กซ์ ซาตาน เวทมนต์(ไม่สามารถสื่อโดยตรงได้) การแสวงหาหรือปรัชญาอินเดียก็มี การแสดงสดบางวงก็เล่นวกไปวนมาเหมือนเมายา รวมไปถึงการใช้แสงสีหรือเอฟเฟกต์ต่าง ๆ บนเวทีก็เป็นแนว ไซคีเดลิคด้วย

การออกแบบปกอัลบั้ม โลโก้ หรือ Artwork ต่าง ๆ ก็ใช้สีสรรฉูดฉาด ดูแล้วปวดหัว แต่ก็สวยงามและกลายเป็นเอกลักษณ์ในเวลาต่อมา(ผู้รู้บางคนบอกว่า ถ้าเราไม่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้น ก็คงยากที่จะเข้าใจ ก็ลองจิตนาการตามแล้วกันนะ) เคยมีเพื่อนชาวอังกฤษบอกว่า พวกเขา(ชาวอังกฤษ) เป็นต้นตำรับไซคีเดลิค อเมริกาไม่มีดนตรีแนวนี้ แต่พอศึกษาข้อมูลแล้วไม่เป็นเช่นนั้น ทั้ง 2 ฝั่งต่างรับวัฒนธรรมกันและกัน

อเมริการับความเป็นร๊อคไปจากอังกฤษ ส่วนอังกฤษก็รับแนวคิดปรัชญา การแสวงหา สันติภาพ วัฒนธรรมฮิปปี้ รวมถึงยาเสพติดมาจากอเมริกาเช่นกัน สำหรับอเมริกา ดนตรี ไซคีเดลิคมีศูนย์กลางอยู่ที่ San francisco ปลายยุค 60 อยู่ในช่วงสงครามเวียดนาม ยุคบุปฝาชน (Flower People) เนื้อหาแบบบทกวี , ความรุนแรง, ต้านสงคราม ดนตรีไม่เครียดหรือหวือหวาแบบอังกฤษ จะฟังแล้วดูหลอนหรือล่องลอย เช่น เสียงออร์แกนของวง The Door แต่ที่เด่นก็คือ Artwork ปกอัลบั้มหรือใบปิดต่าง ๆ เช่น Poster การแสดงของวงดนตรีในยุคนั้น ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งเลย

ช่วงปลายยุค 60 คำว่า psychedelic ก็ค่อย ๆ หายไป ยาเสพติดต่าง ๆ ก็กลายเป็นของผิดกฎหมายและถูกกวาดล้าง ศิลปินมากมายเสียชีวิตหรือเสียสติไปเลยก็มีกับยาเสพติดพวกนั้น แนวดนตรีก็ถูกพัฒนาขึ้นไปตามยุคสมัย และเปลี่ยนชื่อไปเรื่อย ทั้ง Artrock, Evant-Garde(อวองต์ การ์ด) จนกลายเป็น Progressive rock การทำเพลงที่มีบรรยากาศแบบไซคีเดลิคก็ยังมีให้เห็นบ้างในศิลปินรุ่นหลัง เช่น เสียงกีตาร์ของ Burnard Butler แห่งวง Suede ในยุค 90 หรืองานของ Primal Scream ชุด Screamadelica

ยุค 90 ไซคีเดลิคตามยาเสพติดไปอยู่กับ dance Music ยาเสพติดชนิดใหม่อย่าง Esctasy ดนตรีพวก Psychedelic trance กับเสียง Synthiziser ล่องลอย หรือแนว GOA ซึ่งแน่นอนยังมีดนตรีอินเดียผสมอยู่ด้วยถึงแม้โดยส่วนใหญ่ต่างจากpsychedelic ยุค 60 อยู่มากถึงแม้เรื่องราวของดนตรีจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ศิลปะแบบ “ไซคีเดลิค” ยังมีให้ได้ศึกษากันอยู่ ในต่างประเทศยังมีนิทรรศการแสดงภาพ หรือศิลปะ กราฟฟิค ไซคีเดลิคให้เห็นเสมอ เหมือนเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง

ข้อมูลจาก blog แนวดนตรีประเภทต่างๆ

แนะนำวงดนตรี เพลงที่น่าสนใจ

โดยวงดนตรีที่มีชื่อเสียงของเพลงแนว Psychedelic ก็มีทั้งวงที่เป็น Psychedelic Rock ขนานแท้ หรือแม้กระทั่งวงดังในยุคนั้น ปี 1970s เองก็ถึงกับต้องทำเพลง และอัลบั้มที่มีกลิ่นอาย Psychedelic ติดไว้หน่อย เพราะว่ามันเป็นแนวดนตรีของทศวรรษนั้นจริงๆ นี่คือลิสเพลง Psychedelic ที่ถือว่าเป็นไอคอนของสไตล์นี้ จาก Spotify

คุณอาจจะได้เห็นแม้แต่กระทั่ง The Beatles, The Doors, Deep Purple เองก็ยังมีเพลงสไตล์ Psychedelic และถ้าคุณเริ่มคุ้นหูกับทำนอง ก็อาจจะคิดถึงแนวเพลงอย่างหมอลำ เพลงอีสาน ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าดนตรีไซคีดีลิกนี่ก็มีอิทธิพลกับดนตรีหมอลำไม่น้อย เพราะว่าในช่วงนั้นมีทหารอเมริกาเข้ามาอยู่ที่ไทยเยอะ และเผยแพร่แนวดนตรีนี้ให้กับคนไทยในภูมิภาคอีสานด้วยนั่นเอง

The Jimi Hendrix Experience

ยากมากที่คุณฟังเพลงแนวดนตรีนี้ แล้วจะไม่เคยได้ยินเพลงของ Jimi Hendrix เขาคือราชาของดนตรีแนวนี้เลยหล่ะ ไม่แน่ใจว่าจะบอกว่าเป็นผู้ให้กำเนิดได้ไหม แต่เข้าผู้นี้เองที่ทำให้ดนตรีแนวนี้ดังกระฉ่อน กับฝีมือการเล่นกีตาร์โดดเด่น ซาวน์ดนตรีที่มีเอกลักษณ์ เป็นคนที่นำเอา เอฟเฟคอย่าง Fuzz , Wah wah มาใช้แล้วแบบโคตรจะเท่ ลองไปฟัง สองบทเพลงดังของเขา อย่าง Voodoo Child และ Purple Haze กัน

Tame Impala

วงดนตรีจากออสเตรเลีย ที่เริ่มมาในช่วงยุค 2000s และทำวงจนกลายเป็นไอคอนแห่งยุค 2010s ไปแล้ว พวกเขากลุ่มนี้ นำโดย Kevin Parker ถือว่าเป็นคนที่ชุบชีวิตดนตรีแนว Psychedelic ให้กลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้เพิ่มความร่วมสมัยไปกับดนตรีอิเลคโทรนิค Synth wave Dream pop นอกจากบทเพลงที่แสนจะเมามายแล้ว การแสดงสดของพวกเขาถือว่าเป็นการแสดงสดระดับพระเจ้าไปแล้ว คือไม่ว่าคุณจะชอบดนตรีอะไรก็ตาม อยากให้คุณได้ลองดูการแสดงสดของวงนี้สักครั้ง ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งแสง สี เสียง ที่เขาจะมอบให้คุณ ลองดูการแสดงสดจาก Coachella และ การ Performance ใน Deezer Session ได้

Pink Floyd

อีกหนึ่งวงระดับตำนาน ที่มีบทเพลงและอัลบั้มฮิตมากมาย เป็นอีกหนึ่งผู้จุดกระแสในยุค Psychedelic ช่วงบุกเบิกเลยเช่นกัน เป็นวงดนตรีที่ริเริ่มนำแสงเข้ามาเป็นส่วนนึงในการทำโชว์แสดงสด และทำเพลงความยาวระดับ 7 – 8 นาทีเป็นว่าเล่น และหากจะคิดถึงเหตุการณ์ที่จะทำให้คุณรักวงนี้ คงหนีไม่พ้น การแสดงสด Live in Pompeii ซึ่งเป็นอะไรที่โคดล้ำในยุคนั้น

The Flaming Lips

วงอินดี้ระดับตำนานอีกวงนึง ที่มาในช่วงปลายของยุค Psychedelic ที่จริงวงนี้ทำเพลงหลายแนวมากๆ หากคุณได้ลองติดตามก็จะรู้ว่าพวกเขาบ้าดีเดือดแค่ไหน และเป็นวงที่มีอิทธิพลกับศิลปินรุ่นหลังๆ ในแง่ของความบ้าบอ และไม่หยุดอยู่กับแนวดนตรีเดิมๆ ที่สำคัญพวกเขาเติบโตมาจากอินดี้ไปจนกลายเป็นวงแมสได้ ด้วยความสามารถทางด้านดนตรีที่หาคนเหมือนได้ยากจริงๆ เพลงของพวกเขาจะผสมปนเปกับทุกๆแนวๆ จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็น Psychedelic แบบ The Flaming Lips เลยก็ว่าได้

วิธีทำซาวน์กีตาร์ให้มีกลิ่นอายของ Psychedelic

ในแง่ของซาวน์กีตาร์แบบไซคีดีลิค จะดูโดนเด่นกับการใช้เอฟเฟคที่แพรวพราว หลุดโลก ออกอวกาศกันไปเลย แต่ในอีกฟากนึงด้วยความที่รากของมันคือเพลง Blues และ Progressive Rocks ก็จะมีความต้องการซาวน์ที่สนับการเล่นริฟฟ์หรือโซโล่ให้โดดเด่นขึ้นมาด้วยเช่นกัน

Guitar ที่นิยม

Jimi Hendrix Stratocaster

Jimi Hendrix Stratocaster

ในส่วนของกีตาร์ยอดนิยม คงหนีไม่พ้นกีตาร์ทรงอย่าง Strats , และ Les Paul โดยทรง Strats จะเป็นที่นิยมมากกว่า วงอย่าง Pink Floyd หรือ Jimi Hendrix ก็เลือกใช้ Strats เป็นหลัก อาจจะเป็นเพราะ Strats เป็นทรงที่ซัพพอร์ทแนวดนตรีที่กว้าง เหมาะกับการเล่นแบบ Psychedelic ที่ใช้จินตนาการมากมาย

โดย Les Paul, SG และ Jazzmaster พึ่งจะมาเริ่มมีให้เห็นในหมู่นักเล่นดนตรีหน้าใหม่ๆ ซึ่งหากเลือกใช้ทรงพวกนี้ก็จะได้คาแรคเตอร์ที่ซาวน์หนักแน่น ริฟฟ์หนักขึ้น ไม่พริ้วมากเหมือน Strats เท่าใดนัก

Amp ที่นิยม

สำหรับแนวดนตรีนี้ ไม่ได้ต้องการแรงขับจากแอมป์ที่สูงมาก ดังนั้นแอมป์ทุกประเภทสามารถใช้ได้หมด แต่ถ้าถามถึงรุ่นคลาสสิคที่ศิลปินใช้กัน คงหนีไม่พ้นตระกูล VOX AC15, AC30 หรือ Fender Twin Reverb แอมป์ที่ให้เสียงคลีนดีๆ เพราะๆนั่นเอง

Effect ที่นิยม

นี่คือส่วนที่ทำให้ดนตรีนี้มีคาแรคเตอร์เฉพาะทางของตนเองมากๆ และเอฟเฟคส่วนใหญ่ก็จะเป็นเอฟเฟคที่คุณคิดไม่ถึงเลยว่าจะใช้ได้อย่างไร จนกระทั่งได้เจอแนวดนตรีนี้

Fuzz

ไม่พูดถึงเลยก็ไม่ได้กับ Fuzz ซึ่งเป็นหัวใจของแนวดนตรีนี้เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะภาคโซโล่และริฟฟ์ที่หนักแน่น และมีเสียงดิบๆ สกปรกนิดๆ ศิลปินที่ใช้ Fuzz ได้โดดเด่นคงหนีไม่พ้น Jimi Hendrix ซึ่งใช้ Fuzzface ก้อนกลม ในตำนาน ที่ปัจจุบันราคาก็สูงมากๆ จนถ้าจะหามาเล่นแบบขำๆ คงต้องเลือกพวกที่โคลนเอาจะดีกว่า

อยากลองเป็นเจ้าของ Fuzz Pedal สักก้อน? อ่าน: 7 Fuzz Pedal ยอดนิยม พร้อมรีวิวจากผู้ใช้จริง

Uni-vibe / Vibrato

Modulation ที่ทำให้เสียงกีตาร์ของคุณเพราะพริ้งขึ้นมาได้ โดยจะมอบความหวานเหมือนน้ำเชื่อมเลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่มือกีตาร์แนวไซคีดีลิคมักจะใช้เสียง Vibrato นี้เปิดไว้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มีกลิ่นของความหวานในกีตาร์ และเมื่อผสมเข้ากับเสียงอื่นๆแล้ว นั่นแหละคือความไซคีที่แท้จริง

Phaser

นี่คือเคล็ดลับเสียงอวกาศของเพลงแนว Psychedelic นั่นเอง โดย Phaser เป็นเอฟเฟคที่ให้เสียงหวานเหมือนกับพวก Vibrato แต่ว่า Phaser จะให้ความหวานที่วิ่งอยู่ตลอดเวลา มันจึงฟังแล้วพาออกไปนอกโลกได้มากกว่าเพื่อน ที่สำคัญ Phaser ใช้กับการเล่นทั้งแบบเมโลดี้และคอร์ดได้ด้วยทั้งคู่ หลายๆวงในแนวนี้จึงมักใส่ Phaser ไว้เป็นองค์ประกอบนึงของคาแรคเตอร์เพลง โดยรุ่นยอดนิยมคงหนีไม่พ้น MXR Phase 90 กับ EHX Small Stone

Wah Wah

คือ เอฟเฟคประเภท Filter ที่เมื่อเหยียบแล้วจะทำให้เสียงกีตาร์แกว่งเป็นเสียง “วา-วา” และนั่นคือที่มาของชื่อมัน โดยศิลปินสไตล์ไซคีดีลิคจะใช้การเหยียบ Wah Wah สลับขึ้นลงเพื่อทำให้เพลงดูมีความเท่ๆ กวนๆ ประหลาด

Analog Delay

แน่นอนว่า แนวไซคีดีลิคก็มีการใช้ดีเลย์บ้าง แต่อาจจะไม่ได้อยู่ในฐานะจุดเด่นของซาวน์ดนตรี วง Psychedelic จะใช้ Delay เป็นส่วนประกอบนึงในการสร้างสรรค์ซาวน์ โดยที่เห็นมากจะเป็น ดีเลย์ประเภท Analog หรือ Tape ที่จะให้เสียงดีเลย์ที่มีเอกลักษณ์และมีความไม่คงที่ของเสียง ปนอยู่

Spring Reverb

ในภาคเสียงแอมเบี้ยนของไซคีดีลิค หากคุณไม่ได้ใช้ตู้แอมป์ที่มี reverb ในตัวอยู่แล้ว และอยากจะมีเอฟเฟคสักก้อน Spring Reverb เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีความกังวาลสะท้อนที่ติดหวานเล็กน้อย

Synth, Harmonics

และเอฟเฟคอีกหนึ่งประเภท ก็คือเอฟเฟคสังเคราะห์เสียง โดยคุณสามารถใช้พวก Synth หรือ Pitch Shifter ก็จะให้เสียงที่แปลกประหลาด แต่หากพูดถึงตัวที่ตรงรุ่นสุดคงหนีไม่พ้น EHX Ravish Sitar เอฟเฟคที่ให้เสียงเลียนแบบ Sitar เครื่องดนตรีของอินเดีย มันจะมีความแปล่งๆ แกว่งๆของเสียงอยู่ ทำให้ซาวน์มีเอกลักษณ์ขึ้นมา

วิธีคิดในการเล่นเพลงแบบ Psychedelic

ไอเดียในการเล่นเพลงแบบ Psychedelic Rock จะมีพื้นฐานมาจากกีตาร์แบบ Blues , Jazz , Progressive Rock ผสมปนเปกันไปกับดนตรีประเภท World Music อย่างดนตรีพื้นเมือง India/Raga ในแง่มุมโหมดและสเกลหากเป็นไปได้ คุณอาจจะต้องเรียนรู้สเกลดังต่อไปนี้

  • Mixolydian mode (major scale ผสม dominant 7th แทนที่ major 7th)
  • Pentatonic Scale

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหัวใจของ Psychedelic คือการทดลองเยอะๆ ซะมากกว่า ลองและหากลิ่นอายแบบฉบับของตัวเองให้เจอ เพื่อเข้าถึงจิตวิญญาณของ Psychedelic Rock แบบไม่ต้องพึ่งยา

LOFIPEDALS.COM